เลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ เลือกอย่างไรให้ตรงใจคนซื้อ
อสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุน โดยเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคาร บ้าน หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งมีหลากหลายประเภทให้เลือกลงทุน อีกทั้งยังถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ จึงทำให้หลายคนให้ความสนใจในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากความผันผวนที่ต่ำ
กุญแจสำคัญในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คือการเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการหรือความชอบของผู้ซื้อ
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ความรู้และความเข้าใจถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งก่อนที่จะเริ่มลงทุนใด ๆ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ทรัพย์สินที่คุณวางแผนจะลงทุน ไม่ว่าคุณจะเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดก็ตาม คุณจำเป็นต้องรู้วิธีเลือกทรัพย์ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้
จะเลือกอสังหาริมทรัพย์อย่างไรให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ?
วิเคราะห์จากหลายแง่มุม โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเมื่อต้องการที่อยู่อาศัย มาดูกันว่าควรเลือกอสังหาริมทรัพย์แบบใดจึงจะปล่อยเช่าได้ง่าย และทรัพย์ประเภทไหนที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด
การลงทุนจำเป็นต้องอาศัยความรู้ในการเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและความชื่นชอบของผู้ซื้อ
การลงทุนในบ้านหรือคอนโดอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เลือกสิ่งที่นักลงทุนชอบก็พอ แต่สำหรับนักลงทุนตัวจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะหากต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เพื่อการลงทุนในอนาคต สิ่งสำคัญคือจะต้องเลือกทรัพย์ที่ตรงกับความชอบหรือความต้องการของผู้ซื้อในอนาคต เพื่อให้ง่ายต่อการขายต่อในภายหลัง
แล้วเราควรมองหาอะไรบ้างเมื่อต้องเลือกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน? ทรัพย์ประเภทไหนที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการ? การวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะข้อมูลคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและมีความเข้าใจที่ชัดเจน จะช่วยให้คุณเริ่มต้นลงทุนได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับตัวคุณที่สุด ในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์นั้น มีทั้งการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีกลยุทธ์ วิธีการ และผลตอบแทนที่คาดหวังแตกต่างกันออกไป
- การลงทุนระยะสั้นคือการลงทุนที่ต้องแข่งกับเวลา อย่างที่เราทราบกันดีว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มักใช้เวลานานในการขาย แต่ในการลงทุนระยะสั้น นักลงทุนต้องสามารถขายได้อย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่จึงนิยมลงทุนผ่านการจองขายต่อ หรือการโอนสิทธิ์ผ่อนชำระ (ขายในช่วงก่อนก่อสร้างหรือช่วงแรกของโครงการ) การลงทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนระยะยาว แต่ให้ผลตอบแทนที่เร็วกว่า
- ส่วนการลงทุนระยะยาวนั้น เป็นรูปแบบที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยม โดยเฉพาะการลงทุนในคอนโดมิเนียม ซึ่งรวมถึงการซื้อทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า ที่นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในระยะยาวผ่านค่าเช่ารายเดือน แม้ว่ากำไรต่อเดือนอาจจะไม่สูงมาก แต่เมื่อรวมกันแล้วถือว่าคุ้มค่า อีกหนึ่งรูปแบบของการลงทุนระยะยาวคือการซื้อเพื่อขายต่อทำกำไรในอนาคต คือการซื้อคอนโดไว้ถือครองและขายต่อเมื่อราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้นค่ะ/ครับ
เมื่อคุณรู้ว่ารูปแบบการลงทุนแบบใดเหมาะกับตัวเองแล้ว คุณก็สามารถเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้ มาดูกันว่าเป้าหมายการลงทุนของคุณคืออะไร และอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดที่ควรซื้อเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อได้ดีที่สุด
การลงทุนในคอนโดมิเนียมนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีทำเลดี ๆ ให้เลือกหลากหลายและง่ายต่อการปล่อยเช่า นักลงทุนส่วนใหญ่มักลงทุนโดยการปล่อยเช่าหรือขายต่อทำกำไร ดังนั้นจึงควรเลือกคอนโดมิเนียมที่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อให้มากที่สุด
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือทำเลของโครงการ ยิ่งทำเลดี ราคาก็ยิ่งสูง ทำเลยอดนิยมได้แก่ ใกล้รถไฟฟ้า BTS/MRT อยู่ติดถนนใหญ่ สะดวกต่อการเดินทาง หรือใกล้ศูนย์การค้าและสถานที่ทำงาน นอกจากนี้ คุณยังต้องพิจารณากลุ่มเป้าหมายว่าคุณต้องการขายหรือปล่อยเช่า และไลฟ์สไตล์ของพวกเขาเป็นแบบใด จากนั้นจึงเลือกซื้อคอนโดในทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มนั้นค่ะ/ครับ
นอกจากนี้ ควรลงทุนในยูนิตที่พักอาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง คอนโดมิเนียมโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
-
อาคารโลว์ไรส์: สูงไม่เกิน 8 ชั้น
-
อาคารไฮไรส์: สูงเกิน 8 ชั้นขึ้นไป
นอกจากทำเลโครงการแล้ว คุณยังต้องเลือกตำแหน่งของยูนิตอย่างรอบคอบ โดยทั่วไป ยิ่งอยู่ชั้นสูง ราคายูนิตก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
เลือกตั้งราคาที่เหมาะสมและตรงกับความคาดหวังของผู้ซื้อ
แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะเลือกที่อยู่อาศัยโดยพิจารณาจากทำเล แต่ราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านเดี่ยว ส่งผลให้นักลงทุนหลายรายนิยมลงทุนในคอนโดมิเนียม เพราะคอนโดฯ ให้ความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยที่ใกล้เคียงกับบ้าน เพียงแต่ขนาดเล็กกว่า เหมาะกับผู้พักอาศัย 1-2 คน นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมยังมีราคาที่จับต้องได้ง่าย โดยช่วงราคาขายที่นิยมที่สุดมักอยู่ราว 2 ล้านบาท และไม่เกิน 3 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ การเลือกคอนโดมิเนียมในทำเลดี ๆ ที่มีราคาประมาณ 1-2 ล้านบาท (รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว) จะขายได้ง่าย เพราะราคาตรงกับความคาดหวังของผู้ซื้อ และผลตอบแทนจากการลงทุนก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ กลุ่มเจนวายส่วนใหญ่ชอบซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และมักสนใจคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านเดี่ยว ดังนั้น การลงทุนในคอนโดมิเนียมจึงมีความเสี่ยงต่ำกว่า และยังทำให้การปล่อยเช่าหรือขายต่อเป็นเรื่องง่าย เพราะคอนโดมิเนียมเป็นที่ต้องการสูง
กุญแจสำคัญคือการเลือกอย่างชาญฉลาด—ค้นหาคอนโดที่ตรงกับโปรไฟล์ของผู้ซื้อ และเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมที่สอดคล้องกับความชอบของกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด




