10 คำศัพท์เกี่ยวกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่คุณควรรู้ก่อนลงทุน

10 คำศัพท์เกี่ยวกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่คุณควรรู้ก่อนลงทุน

อสังหาริมทรัพย์เป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจและถือเป็นการลงทุนความเสี่ยงต่ำ ทำให้เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ หากคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นั่นถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดแล้ว การศึกษาคำศัพท์สำคัญและทำความเข้าใจก่อนลงทุนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ

นี่คือคู่มือคำศัพท์เกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 10 คำที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน การเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของวงการอสังหาริมทรัพย์ได้ชัดเจนขึ้น และช่วยวิเคราะห์โอกาสการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


1. Presales (การขายล่วงหน้า)

หลายคนที่คุ้นเคยกับวงการอสังหาริมทรัพย์จะรู้จักคำว่า Presales ซึ่งหมายถึงราคาขายล่วงหน้าของอสังหาริมทรัพย์ก่อนเริ่มการก่อสร้าง ในช่วงเวลานี้ ผู้พัฒนาโครงการมักเสนอราคาหน่วยที่ต่ำกว่าราคาตลาดเพื่อดึงดูดผู้ซื้อรายแรก ๆ Presales มักปรากฏในแคมเปญการตลาดของโครงการคอนโดใหม่


2. Resales (การขายต่อ)

Resales (การขายต่อ) หมายถึงการขายอสังหาริมทรัพย์หลังจากที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ราคาขายในช่วง Resales มักสูงกว่าช่วง Presales เนื่องจากผู้ซื้อสามารถเห็นอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จจริง ทั้งสภาพแวดล้อม ยูนิต และพื้นที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ Resales ยังอาจหมายถึงการขายต่อเงินดาวน์หรือยูนิตที่จองล่วงหน้าก่อนโครงการแล้วเสร็จได้อีกด้วย


3. VIP Day (วันวีไอพี)

VIP Day คือวันพิเศษที่ผู้พัฒนาโครงการจัดขึ้นสำหรับลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าวีไอพี เพื่อมอบสิทธิพิเศษ เช่น ส่วนลด ของขวัญ หรือสิทธิ์เลือกยูนิตก่อนใคร เป็นวิธีตอบแทนลูกค้าพิเศษและสร้างความภักดีต่อแบรนด์โครงการ


4. CBD (Central Business District / ย่านธุรกิจศูนย์กลาง)

CBD หมายถึง ย่านธุรกิจหลักของเมือง ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ในย่าน CBD ใกล้กับ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และการคมนาคมสาธารณะสะดวก ทำให้พื้นที่นี้มักถือเป็นทำเลทองที่มี ศักยภาพการลงทุนสูง


5. New CBD (New Central Business District / ย่านธุรกิจศูนย์กลางใหม่)

New CBD หมายถึง ย่านธุรกิจเกิดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตในอนาคต ทำเลเหล่านี้มักดึงดูดนักลงทุนที่มองหา โอกาสลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง


6. Capital Gain (กำไรจากการขายทรัพย์สิน)

Capital Gain คือ ผลกำไรที่เกิดจากการขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อคอนโดเพื่อขายต่อในอนาคต กำไรจากการขายช่วยให้นักลงทุนประเมินได้ว่าการลงทุนคุ้มค่าหรือไม่


7. Rental Yield Rate (อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่า)

Rental Yield Rate คือ การวัดผลตอบแทนต่อปีจากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น อสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีอาจมี Rental Yield อยู่ที่ 6–8% ต่อปี อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่าแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณา


8. Occupancy Rate (อัตราการเข้าพัก/เช่า)

Occupancy Rate คือ เปอร์เซ็นต์ของยูนิตที่มีผู้อยู่อาศัยหรือเช่าอยู่ในโครงการ อัตราการเข้าพักสูงมักบ่งบอกถึงความต้องการสูง ทำให้โครงการนั้นน่าสนใจสำหรับการลงทุน นักลงทุนมือใหม่ควรตรวจสอบตัวชี้วัดนี้ก่อนตัดสินใจลงทุน


9. Property Fund

Property Fund (กองทุนอสังหาริมทรัพย์) คือการลงทุนประเภทหนึ่งที่ผู้จัดการกองทุนรวบรวมเงินจากนักลงทุนหลายรายเพื่อนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ กำไรจากการขายหรือค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์จะถูกแจกจ่ายให้กับนักลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนของแต่ละคน


10. REIT (Real Estate Investment Trust – กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์)

REIT คล้ายกับ Property Fund แต่มีขอบเขตกว้างกว่าและมักดำเนินงานในระดับสากล นักลงทุนสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผู้จัดการกองทุน (REIT Manager) ดูแลการบริหารอสังหาริมทรัพย์ และผู้ทรัสตี (Trustee) คอยดูแลทรัพย์สินของนักลงทุน REIT ช่วยให้นักลงทุนได้รับรายได้จากอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการด้วยตัวเอง


การเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ บางคำมักพบได้ทั่วไปในโฆษณา ส่วนบางคำเป็นคำเฉพาะทาง การเข้าใจแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และสามารถเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้วยความมั่นใจ

Share the Post:

Comment